กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.นี้ บุคคลทั่วไปซึ่งยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จะไม่สามารถเข้าไปใช้บริการในศูนย์การค้า และนั่งรับประทานอาหารภายในศูนย์อาหารได้ โดยให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วยังสามารถเข้าไปใช้บริการตามศูนย์อาหารได้ตามปกติ แต่นั่งรับประทานร่วมโต๊ะเดียวกันไม่เกิน 2 คน และยกเว้นเงื่อนไขการฉีดวัคซีนให้ ในกรณีที่หนึ่งในนั้นเป็นผู้มีอายุไม่เกิน 12 ปี

ขณะที่การจัดงานในสถานที่สาธารณะ ไม่ว่าอยู่ภายในที่ร่มหรือกลางแจ้ง จำกัดผู้เข้าร่วมงานไม่เกิน 50 คน และทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีอายุไม่เกิน 12 ปี กลับมาเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์เชื่อว่า การยกระดับมาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของระบบสาธารณสุขในประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 3,000 คน นานต่อเนื่องอย่างน้อย 4 วันแล้ว โดยสถิติผู้ติดเชื้อรายวันในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด อยู่ที่ 3,590 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ และเป็นการติดเชื้อจากภายในประเทศทั้งหมด ทำให้สิงคโปร์มีสถิติผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 120,454 คน เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 142 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย และยังมีผู้ป่วยต้องรักษาตัวอยู่ในระบบอีกอย่างน้อย 25,303 คน